Budget Skincare สกินแคร์ที่ดีงามในงบน่ารักๆ หลักร้อย หรือพันน้อยๆ

เป็นคำถามที่เรียกว่า FAQ สุดๆ ในเพจของตูนนี่ เมื่อยิ่งหลังๆ มา ตูนนี่ใช้แต่สกินแคร์ High end ราคาหลายพัน ก็เริ่มมีเสียงรีเควสว่า ช่วยรีวิวSkincare ไม่เกินพัน (หรือ + -) นิดหน่อยให้หน่อย

เอาล่ะ จัดให้ค่า นี่เป็น List skincare แบบ in the budget ที่ตูนน์คิดว่ามันเวิร์คมาก ในงบไม่มาก

อ่านนี่ก่อน!! ทั้งหมดนี่เป็นผลจากการทดลองใช้จริงมาทั้งหมด ความชอบและผลการใช้ขึ้นกับผิวของแต่ละคน และลำดับที่รีวิวจะไม่เกี่ยวกับความชอบหรืออะไรเน่อ &ไม่เทียบกันระหว่างแบรนด์ด้วยนะค้า

 

สกินแคร์ส่วนใหญ่จะเหมาะสำหรับสาว 25+ จะเน้นเรื่องการเพิ่มคอลลาเจนให้ผิว ป้องกัน และลดเลือนริ้วรอยของวัย (ถ้าอายุน้อยกว่านั้นอาจจะใช้สูตรเติมน้ำให้ผิวก็พอจ้า หรือจะใช้ตามนี้ก็ได้ แต่จะไม่เห็นผลชัดเจน) 

HADA LABO

ราคา : ตั้งแต่ 600-900 บาท 

สำหรับสูตรสีแดง จะเป็นสูตรที่เหมาะสำหรับสาวที่กังวลเรื่องริ้วรอยและความกระชับของผิว ตัวนี้นีจุดเด่นของ Retinol & super hyaluromic ที่ช่วยเติมความชุ่มชื่นให้ผิว พร้อมกับลดพวกริ้วรอยด้วย

ส่วนตัวแล้วตูนน์ใช้แบรนด์ Hadalabo มาตลอดตั้งแต่เริ่มเป็น Blogger ใหม่ๆ ใช้มาหลายสูตรตามอายุ จนพอเริ่มเข้าสู่อายุ 30 ตัวนี้ก็เรียกว่าเป็นยาสามัญประจำบ้านหลักๆ

เพราะด้วยความที่เป็นคนผิวแห้งลอกขาดน้ำ ซึ่ง Hadalabo ขึ้นชื่อเรื่องของผิวนุ่มเด้งอยู่แล้ว และสูตรนี้ก็จะเป็นสูตรที่เพิ่มคอลลาเจนให้กับผิวด้วย  หาซื้อไม่ยาก ตามร้านขายยา หรือซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ มีหมด ราคาก็น่ารักอย่างที่เห็น

Garnier

ราคา : 449 (เห็นโปร 369 บาท)

ตัวนี้ต้องบอกว่าเป็นอีกตัวที่ตูนน์เคยรีวิว และลองใช้แล้วคิดว่า น่าจะตอบโจทย์ของสาวๆ ที่อยากขาวใสพร้อมกับลดพวกริ้วรอยด้วย เพราะตัวนี้มีสารสกัดที่ช่วยลดริ้วรอยและจุดด่างดำ

แถมมีอนุพันธุ์ของวิตามินซี ที่ช่วยปรับให้ผิวกระจ่างใสขึ้น สำหรับตูนน์มองว่ากับส่วนผสมที่จัดเต็มแน่น (ที่เพิ่มเติม) คอลลาเจน วิตามินอี ให้กับผิว ในราคาแบบไม่ถึง 500 ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ

และน่าจะตอบโจทย์สาวไทย ที่ชื่นชอบเรื่องความขาวใส แน่ๆ แต่ต้องบอกว่าตัวนี้มีกลิ่นหอม(มาก) สำหรับใครที่แพ้กลิ่น อาจจะต้องไปลองดมก่อน แต่โดยรวมแล้ว ตัวนี้ถือว่าเป็นสกินแคร์ในงบที่ น่าสนใจจ้า

เคยรีวิวไว้ : https://goo.gl/LhhbmB

HATOMUKI

ราคา : 350 บาท (ต่อชิ้น) แต่อยากให้มีทั้ง conditioner & Gel รวม 2 อย่างก็ 700 บาท แต่ชอบมีโปรลดราคาอีก

อยากให้ทุกคนได้ลอง ถือว่าเป็นของราคาถูกที่ดีมากตัวนึงเลย เคยรีวิวนานมากเป็น LIVE (กดรูปไปดูรีวิวได้) ทำไมตัวนี้ถึงเป็น 1 ในลิสต์ของตูนนี่นะหรอ ก็ดูราคาสิ เป็นของดีจากญี่ปุ่น ที่หลายคนมองข้ามไปเลย จะบอกว่าถ้าทุกคนเห็นขนาดของขวด skin Conditioner ทุกคนต้องคิดว่า เห้ยยยยย นี่คือสบู่ หรือแชมพูป่าววะ??? จริงๆ มันคือน้ำตบๆ เป็นน้ำตบที่ใช้ได้ทั้งตัว แบบคุ้มๆ เลย แล้วที่ตูนน์เคยรีวิวไว้ก็คือเอามาทำมาส์กได้ ทำ spray mist ระหว่างวันได้อีกกกก คุ้มสุดคุ้มจริง ส่วนตัว Gel เอาแช่ตู้เย็นเป็น overnight mask เวลาที่เราไปตากแดดทั้งวัน มันฟินน์มาก เพิ่มความชุ่มชื่น เติมน้ำให้ผิวแบบสะใจ เน้นเรื่องความชุ่มชื่นล้วนๆ

Review : https://goo.gl/jk2Wmf

OLAY Regenerist

ราคา : 899-999 บาท 

OLAy สูตรนี้เป็นสูตรสำหรับความนุ่มเด้งและลดริ้วรอยอีกแล้ว อันนี้ก็เคยรีวิวและทดสอบประสิทธิภาพกับทางแบรนด์ คือชอบจน ไปซื้อมาติดบ้านไว้ (ตัว Pre essence)

เอาล่ะ ขอเล่าเรื่องของ Pre-essence ก่อนเลย เพราะว่ามีไม่กี่แบรนด์ที่ทำ Pre-essence หรือที่เรียกว่า “สกินแคร์ลำดับ0” ก็เพราะมันจะเป็นสกินแคร์ตัวแรก ก่อนที่เราจะลงสกินแคร์ปรกติของเรานั่นเอง

เป็นการปลุกผิวให้พร้อมรับกับการบำรุงที่เรากำลังจะลงต่อไป ชอบอ่ะ รู้สึกว่าใช้แล้วมันทำให้ผิวเปล่งปลั่งขึ้นไวมากมันเสริมประสิทธิภาพของสกินแคร์เรา.. คือตัวครีม หรือถ้าจะใช้สกินแคร์อื่นที่เรามีก็ได้ แต่ใช้สองตัวนี้ร่วมกันมันก็โอมากอยู่

Review : https://goo.gl/7Zd9w1

ETUDEHOUSE SOON JUNG

ราคา : 320-790 บาท 

ไลน์นี้เพิ่งออกมาไม่นาน ตูนน์ไปซื้อมาจากเกาหลีเมื่อปลายปีก่อน ตอนนี้มีขายในไทยแล้ว ที่ชอบมากๆ คือมันทำมาเพื่อคนผิวแพ้ง่ายแบบ เรียกว่าสำหรับผิวบอบบางเลย ph7 เป็นกลาง

จริงๆ แล้วผิวเรา มี Ph Balance อยู่ที่ 5.5 ทำให้เห็นหลายๆ ผลิตภัณฑ์ทำออกมา แต่ถ้าถามว่าทำไมตัวนี้มี Ph7 ตูนนี่ก็ไปนั่งรีเสิชหาข้อมูลมา คือ  ผิวเรามี ph 4-7 (เป็นกรดอ่อนๆ จนถึงเป็นกลาง ) เพราะผิวจะมี Acid Mantle เป็นตัวรักษาสมดุลย์และค่าผิวที่พอดีคืออยู่ที่ 5.5 ถ้าผิวเป็นกรดมากเกินไปจะเกิดอาการแดงผื่นคัน ส่วนถ้าเป็นด่างมากไปผิวจะแห้งกร้านและเกิดริ้วรอย

น้ำประปา มีความเป็นด่างประมาณ 8.5 เวลาที่เราล้างหน้าด้วยน้ำก๊อก ค่าของความสมดุลย์ผิวจะหายไป เกิดอาการผิวแห้งขาดน้ำ ดังนั้นตัวสกินแคร์ที่มีความเป็นกรดอ่อนๆ จะช่วยปรับผิวให้เกิด Balance ซึ่ง SOON JUNG ไลน์นี้ มันมี Foam ล้างหน้า Ph 6.5 โทนเนอร์ph 5.5 ครีม Ph7 เพื่อผิวแพ้ง่าย

และอย่างที่รู้กันดีว่าตูนนี่ผิวแพ้โคตรง่าย และยิ่งน้ำที่คอนโดเดี๋ยวก็ตะกอน สนิมอะไรมากมาย ตัวนี้คือแก้ปัญหาได้ดีงามมาก จากหน้าที่แสบๆ แดงๆ คันจนเป็นผื่นๆ

ทาอันนี้โปะไว้ก่อนนอนตื่นมาผิวชุ่ม หายคันไปเลย มันมีสองแบบคือแบบ Cream กับอีกแบบหลอดเล็ก มันคือ Balm (cica balm) จะมีความเข้มข้นมากกว่า

อย่างที่รู้ว่าที่เกาหลีเค้าหนาวไงตัว Balm มันจะเจ้มจ้นแบบเคลือบผิวได้ดีกว่า (ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะด้วย) และแถมช่วยลดรอยสิวอักเสบได้ด้วย ถ้าใครนอนห้องแอร์ ใช้บาล์มโปะช่วงจมูก มุมปากไว้ก็ดีนะ จะได้ไม่ลอก แต่ถ้าวันธรรมดาก่อนแต่งหน้าใช้แค่ตัวครีมก็พอ

COSRX  advanced snail96

ราคา : 650-950 บาท มีขายที่ Aland siamcenter ราคาพันนิดๆ มั้งนะ

ตูนน์มีโอกาสรู้จักแบรนด์นี้ตอนทำงานกับทางเกาหลี เค้าส่งแบรนด์นี้หลายตัวมาให้รีวิว แล้วก็ชอบหลายตัวเลย แต่ตัวนี้ซื้อเองที่เว็ป (althea) ตัวนี้เป็นเมือกกกกกกกกกกหอยทาก

ก็อย่างที่ฮิตกันมาพักก่อนนู้น เมือกหอยทากช่วยทำให้ผิวเด้งชุ่มฉ่ำ สไตล์สาวเกาหลี นึกออกมะ  snail ทั้งหลาย ด้วยพลังของเมือกนั้นจะช่วยเข้าไปซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียหาย และให้ความชุ่มชื่น เด้งๆ ของผิว

สำหรับของแบรนด์นี้คือ เหนี่ยวเมือกจริงค่ะคุณ ใช้แล้วรู้สึกได้ถึงเมือกกกก เหมือนเอาเมือกหอยสดๆ มาแปะหน้าจริงๆ ฮาๆๆๆ ไม่มีสีไม่มีกลิ่นนะ ใช้แล้วจะรู้สึกว่าผิวยืดหยุ่น เพราะเมือกจะช่วยเพิ่มคอลลาเจนและ อีลาสตินให้กับผิว

ตัวนี้ยังไม่เคยรีวิวไว้ แต่ว่าต้องบอกว่า เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่หาสกินแคร์แบบองค์รวม เน้นเรื่องของผิวสุขภาพดี แข็งแรง แนะนำจ้า

INNISFREE Olive real

ราคา : 630-990 บาท 

อันนี้ไม่รู้ว่าสาวไทยจะชอบมั้ย แต่บอกเลยว่าเหมาะกับสาวผิวแห้งขาดน้ำอย่างแรงงงงงงง (ถ้าไม่ชอบอันนี้ใช้ตัว Green tea ก็ได้บำรุงคล้ายกัน แต่เหมาะกับผิวผสมผิวมัน มากกว่า)

แต่วันนี้ขอแนะนำสูตร Olive เพราะทางเรานั้น ผิวขาดน้ำจนเป็นขุยเหลือเกิน เริ่มแรกเราได้รู้จักสูตรนี้จากการซื้อ Cleansing Tissue เยสสสส มันคือทิชชู่เช็ดเครื่องสำอางนี่แหละ เอาไปต่างประเทศค่ะ

แล้วแบบปรกติเช็ดหน้าบนเครื่องเพื่อจะได้งีบยาวๆ ใช่ป่ะ ทีนี้วันนั้นลืมไม่ได้เอาบำรุงติดตัวขึ้นมาด้วย (โหลดกระเป๋าหมดเลย) เช็ดหน้าเสร็จก็แบบ เห้ย นุ่มๆ มีน้ำมันๆ ฉ่ำๆ พอจะลงเครื่องแต่งหน้าทับ

คือผิวอิ่มน้ำมาก จากปรกติเวลาขึ้นเครื่องแล้วหน้าจะศพๆ จะแต่งหน้าหรือไม่แต่งก็ศพมาก ฮาๆๆ (เวลาไปงาน beauty ต้องแต่งหน้าไงมีต้องถ่ายรูป) จากนั้นก็เลยซื้อยกเซ็ตเลย ใช้มาเป็นเดือนๆ คือดีอะ ผิวโกลวแน่นชุ่มเด้ง

ชอบตรงที่มัน Moisture มากๆ สาวคนไหนผิวแห้งเว่อ ตัวนี้เลยจงลอง


อ๊ะ ตรงนี้ขอมาโซนเกินพันไปนิดส์ๆ หน่อยนะคะ (แต่บางทีก็ลดราคามาต่ำกว่าพันนะ)

DR. WU Hydrating System

ราคา : 1160 บาท 

แบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งนำเข้ามาขายที่ไทยไม่นานมานี้ แต่ต้องบอกว่าเป็นแบรนด์ดังติดอันดับต้นๆ ของไต้หวันเลย ตอนที่ตูนน์ไปร่วมงานการท่องเที่ยวไต้หวัน มี Beauty blogger ไต้หวันแนะนำแบรนด์นี้ไว้

ตูนน์ก็ลองซื้อนิดๆ หน่อยๆ กลับมาลอง (และใช้ตอนอยู่ไต้หวันด้วย) คือชอบทุกตัวแบบหาข้อติไม่ได้เลย ทั้งสกินแคร์และ BB ครีม และพอแบรนด์เข้าไทยมาก็มีโอกาสไปร่วมงานเปิดตัว

ได้ทดลอง SKincare อีกหลายตัว แล้วก็มาติดใจตัวนี้ EXTRA HYDRATING LOTION WITH HYALURONIC ACID (จริงๆ เค้ามีสูตร light ด้วยนะ เบาบางกว่า)

แต่ตูนนี่ชอบแบบแน่นๆ เนื้อจะเข้มข้นกว่า ส่วนผสมสำคัญที่ทำให้ตูนน์เลิฟตัวนี้คือ มะกอก dulcemin และสารสกัดจากเมล็ดอัลมอนด์ squalene เป็นตัวที่ช่วยเติมน้ำ และ “ซ่อมแซมผิวที่เสีย”

เน้นเรื่องความชุ่มชื่นของผิวเลย และที่สำคัญคือไปกระตุ้นในระดับเซลล์ ทั้งกักเก็บ และสร้างความชุ่มชื่นให้กับเซลล์ผิว

OGUMA ICE (Algae)

ราคา : เต็ม 1390 ราคาโปร 990 บาท

หลายคนอาจจะคุ้นกับชื่อ Oguma แต่คงจะนึกถึงสเปรย์น้ำแร่รึเปล่า แต่แบรนด์นี้เค้ามี Skincare ด้วยนะ ซึ่งจะบอกว่าส่วนตัวชอบตัวนี้ ม๊ากกกกก

นานๆ ที่จะเห็นแบรนด์สกินแคร์ที่ใช้ไลน์ของ Algae หรือสาหร่ายมาอยู่ในส่วนผสม คือสารสกัดจากสาหร่ายเนี่ยดังมากช่วง 4-5 ปีก่อน ซึ่งบอกเลยว่าถ้าได้ยินสรพพคุณกันจริงๆ แล้วจะอยากเอามาละเลงหน้าเลย

เพราะเค้าสามารถซ่อมแซวมและฟื้นฟูผิวได้ตามธรรมชาติ เพิ่มเติมที่ช่วยสร้างเกราะการปกป้องผิวได้อีก สาหร่ายทะเลเค้ามีคุณสมบัติล็อคกักเก็บความชุ่มชื่นได้ดี ทำให้บำรุงตัวนี้เติมน้ำให้ผิวตลอดระยะเวลาที่ใช้

ช่วยต้านริ้วรอยได้ด้วย และสูตรเฉพาะของ oguma ที่มีion ประจุที่จะช่วยผลักแร่ธาตุต่างๆ เข้าสู่ผิว ทำให้ตัวบำรุงนี้กลายเป็น must have ของตูนน์ไปเลย

ด้วยความที่เนื้อเป็นเจล ทำให้มีความเย็นผิว ช่วยลดอุณหภูมิผิวได้ด้วย วันไหนผิวร้อนๆ ตากแดดมา ใช้ตัวนี้ รู้สึกสบายผิวดีงาม

เว็ปเพิ่มเติม https://goo.gl/WnRsBQ

VICHY mineral89

ราคา :  1300 บาท

ตัวนี้แพงหน่อย แต่ผิวแข็งแรงในแบบฉบับ Vichy แน่นอน ต้องยกให้คุณสมบัติของน้ำแร่ บวกกับ Hyaluron

พอมาอยู่ในสกินแคร์แบบ mineral 89 เลยทำให้กลายเป็น ส่วนผสมที่อัดแน่นบำรุงผิวใสเลย

อ่านตรงนี้หน่อย น้ำแร่มีคุณสมบัติที่ดีที่จะช่วยปรับ ph balance ให้กับผิว อย่างที่บอกข้างบนนู่นๆๆ ว่าน้ำก๊อกเนี่ยมีค่าเป็นด่างเยอะมาก ใช้แล้วจะเกิดการระคายเคือง ผิวแห้งกร้านขาดน้ำ วิตามินผิวหายไปอีก น้ำแร่เนี่ยเป็นน้ำที่มีแร่ธาตุที่พอเหมาะ เป็นการบำรุงผิวที่ดี

อ่ะ สำหรับตัวนี้เป็น Pre-serum ใช้ก่อนลงเซรั่มบำรุงและขั้นตอนต่อๆ ไป เป็นการอัดบำรุง เติมความชุ่มชื่นให้กับผิว ผิวจะดูนุ่มเด้งเด็กลง( อยากให้ลองๆ ผิวดูใสขึ้นจริงๆ ถ้าใช้ต่อเนื่องอย่างน้อย1 อาทิตย์)

สำหรับสกินแคร์ตัวนี้ตูนน์เรียกว่าเป็นตัวเสริมน้ำให้ผิวฉ่ำเด้ง เป็นอีกขั้นตอนที่มาเติมเต็มการบำรุงผิวแบบปรกติของเรา

เอาล่ะ จบแล้ว Budget Skincare ลิสต์ของตูนน์ (ถ้ามีอะไรเพิ่มจะมาส่งข่าวบอกอีก) หรือถ้าสาวคนไหนลองตัวอื่นๆ

แล้วมันเลิศ จะมาแนะนำแบ่งปันตูนน์ก็ได้นะคะ ไว้เจอกันบล็อคหน้าน้า 

Popularity: 7% [?]

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

Leave a Reply