สิ่งที่น่าสอยจากร้านขายยาญีปุ่น by Tuniez83

japh01

ฮัลโหล สวัสดีชาว tuniez83 ทุกคนเลยนะคะ บล็อควันนี้เป็นบล็อคที่หลายๆ คนแอบถามมาว่าทริปญี่ปุ่นที่ผ่านมานี้ไปได้อะไรในร้านขายยากันมาบ้าง

ตูนน์เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกับการเดินช็อปปิ้งในร้านขายยาญี่ปุ่นกันอยู่แล้ว แต่ยังไงขุ่นแม่ตูนน์ก็แอบเอาอีกไอเดียนึงมาฝากกันจ้า

1. มาส์กหน้า มาส์กปาก

japh02

การมาส์กหน้า นับเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ ของการดูแลผิวเลยค่ะ สาวญี่ปุ่นเนี่ยใส่ใจเกี่ยวกับการมาส์กหน้ามากๆ นะ เวลาเปิดแมกกาซีนญี่ปุ่นจะเห็นว่าบางทีก่อนการแต่งหน้าก็จะหยิบเอามาส์กมาเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวกัน มาส์กหน้าที่ญี่ปุ่นก็จะแข่งขันออกสูตรใหม่ๆ ออกลวดลายเก๋ๆ มาให้สาวๆ นักช็อปอย่างเราได้สวยกันทั้งแพ็คเกจจิ้ง และก็สวยอิ่มด้วยคุณภาพมาส์กกันเลยทีเดียว

มาส์กปาก ก็เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่กำลังฮอตฮิตในญี่ปุ่นเลยล่ะ มีหลายยี่ห้อที่ดังๆ ก็แข่งกันออกสูตรดูแลริมฝีภาพกันอย่างเมามัน ซึ่งขอแอบกระซิบบอกนิดนึงว่า เอาไว้มาส์กนิพเพิ่ล (จุกบนเนินอก) เราได้ด้วยนะเอ้อ (ด้านหลังซองเค้าเขียนบอกไว้) 

ประมาณราคา : ราคาของมาส์กหน้า จะอยู่ในช่วงแผ่นละ 30-100 ส่วนแบบกล่องก็แล้วแต่สูตร มีตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไปเลย ส่วนมาส์กปากก็ตกแผ่นละ 15 บาทขึ้นไป (ไม่ถึง 100 เยน)

japh03

2. ยาหยอดตา

japh04

มีหลายคนถามตูนน์ว่า ทำไมต้องซื้อยาหยอดตาที่ญี่ปุ่น? ก็เพราะว่านอกจากคุณภาพที่เชื่อถือได้แล้ว ยังมีความหลากหลายของยี่ห้อ และก็ที่เด็ดสุดๆ คือ “ระดับความเย็น” ใช่แล้วฟังไม่ผิดค่า

เห็นกล่องตัว Z ในรูปมั้ย? ตอนนี้กลายเป็นยาหยอดตาที่ตูนน์กับเบ๊บบ์ชอบและติดมากที่สุด เพราะเราสองคนชอบเป็นภูมิแพ้มีอาการคันตาบ่อยๆ บางทีคันจนปวดหัวตาเลยก็มี เจ้า Z ความเย็นจะอยู่ระดับ 7 ช่วยลดอาการคันได้ดี ไม่ต้องขยี้ตาให้ตาแดงเจ็บปวดกันอีกต่อไป

สำหรับสาวหนุ่มคนไหนใส่ Contact lens (ให้มองหาคำว่า contact) ถึงจะสามารถใช้หยอดขณะใส่เลนส์ได้จ้า ยี่ห้อดังๆ ก็มี lycee/ rohto / visine ซึ่งแต่ละบริษัทที่ว่าก็ออกสูตรมาต่างๆ กัน มีสูตร premium ด้วยนะทริปที่ผ่านมาแอบเห็น ราคาเกือบพันบาทแหนะ กล่องสีเขียวในรูปที่เป็นตาของมิกุ (miku hatsune) เป็นรุ่นสำหรับ Digital eyes คือคนที่ใช้อุปกรณ์อิเลกทรอนิคเยอะๆ เป็นการตัดแสงสีฟ้า (blue light cut) เจ๋งใช่มั้ยล่า

ประมาณราคา : ราคาของยาหยอดตา จะอยู่ราวๆ 200 บาทขึ้นไป

3. สบู่ล้างหน้า itsukano sekken

japh05บางคนอาจจะยังไม่เคยได้รู้จักกับ @cosme เวลาเราเข้าไปในร้านขายยาญี่ปุ่น มองหาสัญลักษณ์นี้ไว้คร่าวๆ จะทำให้เราตัดสินใจเลือกซื้อของได้ง่ายขึ้น มันคือ รางวัลการันตีประเภทนึงค่า @cosme เป็นเว็ปไซต์ชื่อดังที่รวบรวมเกี่ยวกับความสวยความงามและเครื่องสำอางลำดับต้นของญี่ปุ่นเลยทีเดียว ถ้าเทียบก็เหมือนรางวัล Beauty hall of fame อะไรอย่างนี้

เข้าสู่เรื่องของสบู่นี้กัน เป็นสบู่ธรรมชาติ ที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้ดี .. ซึ่งคนไทยหลายคนไม่ค่อย Get กับการเอาสบู่ก้อนมาล้างหน้า แต่ลองสังเกตๆ แบรนด์สกินแคร์ญี่ปุ่นหลายๆ แบรนด์ดูสิ เค้าจะมีสบู่แบบนี้ขายอยู่ เวลาใช้ก็มาถูและตีฟองนุ่มๆ แล้วก็ลูบบนผิว .. ล้างปั้บ ผิวนุ่มไม่แห้งเลย ขนาดอากาศที่ญี่ปุ่นตอนนั้นหนาวมาก น้ำที่ล้างหน้าก็เย็นเจี้ยบ หน้าก็ไม่แห้งตึงเลย

ไปอ่านสรรพคุณจากในเว็ปมาแล้วเจ้าสบู่ตัวนี้มี  23 different complex minerals มันคือมีแร่ธาตุ 23 ชนิด เพื่อผิวที่นุ่มเด้งค่ะคุณณณณ และอ่านต่อไปอีกก็พบว่า

Main Ingredients

No artificial coloring / Fragrance free / No mineral oils / Alcohol free / Paraben free / No unhealthy additives

พูดง่ายๆ ว่าผิวบอบบางแพ้ง่ายใช้ได้แน่นอน ไม่มีพิษภัย บริสุธิผุดผ่องจริงๆ น้องสบู่เอ๋ย

ประมาณราคา : ราคาอยู่ราวๆ 1700 Yen (สี่ร้อยกว่าบาท)

4. Contactlens 

japh06

ทุกคนน่าจะพอรู้อยู่แล้วล่ะว่ามี คอนแทคเลนส์ขายในร้านขายยา แต่เอ๊ะมันอยู่ตรงไหน? มันซื้อยังไงอะ เอาจริงๆ มันก็ยากเหมือนกันนะ เพราะอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก

ส่วนใหญ่คอนแทคเลนส์มีขายในร้านขายยา (สาขาใหญ่ๆ) เกือบทุกร้าน แต่ทีนี้วิธีการซื้อมันต่างจากบ้านเราแน่นอนค่ะ เพราะคอนแทคเลนส์ที่ญี่ปุ่นถือว่าเป็น 1 ในเครื่องมือการแพทย์ ดังนั้นในการสั่งซื้อจะต้องมีการเขียนใบรับรองแพทย์กำกับ (สมัยก่อนบางร้านไม่ขายให้ต่างชาติด้วยนะ ขายให้แต่แบบใส) แต่เดี๋ยวนี้ขายแล้ว โดยที่เวลาซื้อมันจะมี Shelf วางตัวอย่างเลนส์ ป้ายโฆษณา มีนางแบบพรีเซนเตอร์ หลอกล่อใจให้เรามึนงง ทีนี้.. ถ้าเราสังเกตุจะรู้ว่ากล่องคอนแทคเลนส์ที่วางๆ อยู่นั้น “ไม่มีของในกล่อง” 

เวลาซื้อให้เราหยิบกล่องนั้นๆ ไปที่เคาเตอร์ (เภสัช) เพื่อทำการซื้อ และทางเภสัชจะเป็นคนไปหยิบเอากล่องที่มีของมาให้เรา .. สำหรับคอนแทคเลนส์รายวันนั้นไม่ค่อยมีปัญหา แต่อันไหนที่เป็นรายเดือน เราต้องเช็คดูดีๆ ว่า 1 กล่องมีกี่เลนส์ (มีกี่ข้าง) เพราะว่าบางยี่ห้อนั้น ขายแยกข้าง บางร้านจะมีการให้เราเช็คของ (แกะกล่องต่อหน้า) บางร้านอาจจะไม่มีก็ต้องสังเกตดูนะคะ

จากนั้นเภสัช ก็จะนำกระดาษมาให้เราเขียน เป็นการกรอกข้อมูลคนไข้ (คิดว่าอย่างนั้น) ก็จะมีชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรที่ติดต่อได้ คล้ายๆ กับการให้ข้อมูลทางร้านไว้ เผื่อกรณีฉุกเฉิน ซึ่งเป็นเรื่องความปลอดภัย เท่านี้เอง อาจจะดูวุ่นวาย แต่พนักงานญี่ปุ่นอะใจดี เพราะฉะนั้นสบายๆ

japh07

ประมาณราคา : ถ้าเป็นพวกรายวันก็แพงหน่อยตกกล่องละ 2พันเยน (ประมาณ 10 ข้าง 5 คู่) ถ้ารายเดือนก็ประมาณคู่ละ 2 พันเยนขึ้นไป หรืออาจจะถูกกว่านั้นถ้าเป็นรุ่นที่เก่าหน่อย

5. Country Stream สกินแคร์น้ำผึ้งของคุณหมี


japh09

เห็นมานานมากแล้วยี่ห้อนี้ ทั้งในเว็ป แล้วก็ในแมกกาซีนญี่ปุ่น ด้วยสัญญัลักษณ์ packgaging ของกล่อง แล้วก็ illustration รูปวาด ฟอนท์ที่ใช้ ที่ดูสะดุดตาในสีสัน ความลงตัว ดูทำน่าใช้ ทำให้อาการอยากก็มากขึ้นอีก อันนี้หาซื้อได้ใน loft แต่ตูนน์ได้มาจากร้านสะดวกซื้อใน rera outlet chitose

japh08

แบรนด์นี้ทำเป็นรูปคุณหมีกินน้ำผึ้ง เป็นการสื่อถึงตัวผลิตภัณฑ์ที่ทำจากส่วนผสมของน้ำผึ้ง พอแกะแพคเกจออกมามันก็ไม่ได้ดูน่ารักมาก แต่ก็ยังคงความน่าใช้อยู่ ซึ่งตอนแรกตูนน์ก็ไม่แน่ใจว่าเจ้าตัวสกินแคร์มันจะเวิร์คมั้ย ซื้อเพราะความอยากเท่านั้นเลย พอได้ลองใช้ตอนกลับมาไทยแล้วก็รู้สึกว่า เออมันช่วยให้ผิวฉ่ำเงาดีแฮะ ทาก่อนแต่งหน้าก็ไม่เหนอะ แม้ว่าจะดูเป็นเจลเหนียวๆ แต่เป็นเจลดึ๋ง (เนื้อเจลอยู่ในหน้าพี่หมีรูปบน) ซึมผิวได้ไวมากๆ กลิ่นน้ำผึ้งอ่อนจนเกือบไม่มีกลิ่นเลย ส่วนอายเจลโรลเลอร์แบบลูกกลิ้งก็ใช้สะดวก ซึมไวเช่นกัน อ่านสรรพคุณเค้าบอกว่า ช่วยดึงให้ผิวที่มีตีนกาเหยียบย่ำ กลับมาตึงข้ึน

ประมาณราคา : ราวๆ 1200 เยน ก็ประมาณ 400 บาท

6. Nail Stickers 

japh10

พูดถึงสาวญี่ปุ่นกับเล็บสวยๆ แล้วเนี่ยมันคือของคู่กันเลย นอกจากยาทาเล็บสีสวยๆ แล้ว ในร้านขายยาก็ยังมีอุปกรณ์ตกแต่งเล็บ เรียกได้ว่าเป็นโซนเล็บเลยก็ว่าได้ ในวันที่ตูนน์เข้าซัปโปโร ก็แวะไปที่ร้าน ดอนกีโฮเต้ (ย่านถนนทานูกิ) ร้านนี้มีทั้งเครื่องสำอาง คอนแทคเลนส์ แล้วก็อุปกรณ์ทำเล็บสวยให้เลือกซื้อ ขนกลับบ้าน ฉีกกระเป๋าตังเราแน่นอน

อีกไอเท็มน่าสนใจในราคาน่ารักๆ ก็คือ สติ๊กเกอร์ติดเล็บแบบ 3D ใครที่ชอบอ่านแมกกาซีนญี่ปุ่นแบบตูนน์คงต้องเคยเห็นแน่ๆ ว่าสาวญี่ปุ่นนิยิมติดสติ๊กเกอร์แบบนูนบ้าง บางคนก็ติดเป็นจิวเวอรี่เลย ซึ่งเราสามารถหาซื้อมาแปะเองที่บ้านได้ไม่ยากจ้า ตรงนี้ก็คงไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ใครชอบลายแบบไหนก็ต้องไปเดินวนเลือกซื้อกันตามสไตล์นะจ้ะ

ประมาณราคา : เริ่มต้นตั้งแต่ 200 เยน แล้วแต่ลาย


7. Visee’ (เครื่องสำอาง)

japh11

ไปถึงญี่ปุ่นแล้วคนอย่างพี่ตูนนี่จะไม่ซื้อเครื่องสำอางก็กะไรอยู่เนอะ เครื่องสำอางในร้านขายยามีเยอะมาก มากกกกกจริงๆ แบรนด์ในเครือ Shiseido เอย Kose เอย ละลานตามากๆ และอีกแบรนนึงที่ตูนน์ชอบมากๆ และจะต้องซื้อทุกครั้งที่ไปญี่ปุ่น หรือถ้าได้แวะเข้าร้านขายยา ก็คือแบรนด์นี้เลย Kose’

>> http://www.visee.jp <<

แบรนด์นี้จะอยู่ระดับช่วง มาจอลิค้า แคนเมค เคท ฯลฯ ประมาณนี้ แต่สีสันจะมีหลากหลายกว่า และไม่ได้เน้นสีหวานๆ แต่มีความเป็นผู้ใหญ่ดูเซ็กซี่ซ่อนอยู่ ไลน์สินค้าจะมีตั้งแต่ เบสเมคอัพ ไปจนครบความสวยเลย สาวคนไหนที่ชอบเมคอัพแบบที่ดูเป็นสาวมั่น ดูสตร๊องงง ต้องลอง

japh12

ประมาณราคา : ราคาอยู่ในช่วงที่กำลังน่ารัก อยู่ในหลักร้อยบาท

8. Club cosmetics (เครื่องสำอาง)

japh13แน่นอนว่าเรายังไม่หลุดจากโซนเครื่องสำอาง อิอิ เวลาที่เดินเข้าไปในร้านขายยาญี่ปุ่น สิ่งที่ “ขาช็อปความงาม” อย่างเราพุ่งตัวไปหาก็คือเมคอัพ แต่..จำไ้ว้อย่างนึงนะจ้ะสาวๆ ไปถึงญี่ปุ่นแล้ว อย่ามองหาแต่แบรนด์คุ้นตา พี่ตูนนี่ไปทริปนี้กับทัวร์เห็นสาวๆ ทุกคนมุ่งหน้าเข้าไปสอยแต่ของที่มีขายในไทย(ราคาบางอันเนี่ยมีแอบใกล้เคียงด้วยนะ) เห็นแล้วช้ำใจ เสียดายพื้นที่ในกระเป๋าเดินทางเหมือนกันนะ

เข้าเรื่องกันดีกว่า แบรนด์นี้นอกจากจะเตะตาตูนนี่เข้าอย่างจังด้วยแพคเกจจิ้งที่น่ารักเว่อวังแล้ว ก็ยังได้การันตีจาก @cosme ด้วย ก็เพิ่มความน่าลองให้อีก 2 เลเวลเลยทีเดียว ซึ่งยี่ห้อ Clubcosmetics เป็นแบรนด์ที่ทำเครื่องสำอางออกมาไม่มากชิ้น จะเน้นเบส แป้ง

>> http://www.clubcosmetics.co.jp << 

เรื่องคุณภาพของเครื่องสำอางญี่ปุ่นนี่นับว่าดีอยู่แล้ว เพราะกว่าจะผ่านขั้นตอนตรวจสอบคุณภาพ ก็ต้องเข้มข้นพอสมควร เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วง

ประมาณราคา : ราคาอยู่ในช่วงที่กำลังน่ารัก อยู่ในหลักร้อยบาท 

9. Majolica Majorca (Body & Hair Milk)

สาวๆ ที่ชอบเครื่องสำอางจะต้องคุ้นเคยกับชื่อแบรนด์นี้อย่างแน่นอนค่ะ และแบรนด์นี้เองก็มีขายในไทยแล้วเช่นกัน แต่แบรนด์นี้ไม่ได้เด่นแค่เรื่องของเครื่องสำอางนะ เรื่องของ “ความหอม” ก็เป็นอีกจุดเด่นหนึ่งของแบรนด์เลยค่ะ มีทั้งน้ำหอม ครีมทาผิว สเปรย์ฉีดผม และก็ที่พี่ตูนนี่อยากแนะนำคือ Body & Hair Milk


japh14

สาวญี่ปุ่นชอบผิวตัว กับผมหอมๆ มาก แล้วเจ้า Body & Hair ของมาจอตัวนี้ก็เป็นกลิ่นที่ตูนน์ลองแล้วแบบ เห้ยหอมหวานไม่เลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นสาวหวาน สาวห้าว กลิ่นนี่ก็เพิ่มความน่ารักได้ดีเลย

และ

สารพัดขนตา และ liner 

อย่างที่เรารู้กันว่าสาวยี่ปุ่นนี่แบบมีขนตาให้เลือกสอยเยอะมาก แต่ช่วงที่ขุ่นแม่ไปเที่ยวเนี่ย ดันต่อขนตาถาวรไป ก็เลยลืมสอยกลับมาเลย ฮาๆๆ น่าเสียดาย แล้วก็ยังมีliner มาสคาร่าเจ๋งๆ กาวติดขนตา อีกเยอะมาก เลย ใครแวะไปก็ควรสอยติดไม้ติดมือกลับมานะคะ ราคาไม่แพงด้วยขอบอก …

(เนื่องจาก External harddisk ขุ่นแม่พังไป เลยทำให้รูปจากทริปก่อนๆ หายไปหมดเลย เสียใจสุดๆ) จะพยายามหารูปที่ลงใน ig/fb มาเขียนบล็อคท่องเที่ยวต่อนะ ค้าง Family trip ตั้งแต่ ยุโรป ญี่ปุ่น แล้วก็สเปนเลย

Popularity: 7% [?]

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

Leave a Reply