ไต้หวัน ประเทศที่ได้ยินชื่อมานานมาก แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้ไปซักที ทั้งกลัวทั้งกล้า .. ด้วยความที่ค่อนข้างกลัวการไปเที่ยวประเทศที่ไม่คล่องภาษาอังกฤษ เพราะนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนแอบกลัวๆ กลัวหลง กลัวคน กลัวนู่นกลัวนี่ไปหมด แต่พอเริ่มมีเสียงเข้าหนาหูว่า “ไต้หวันคือสวรรค์ของการช็อปปิ้งเลย” เราก็ยิ่งอยากไป แล้วจังหวะโชคดีมากๆ ที่การท่องเที่ยวไต้หวัน กับ Everrich Duty Free ได้ติดต่อมาว่าอยากชวนมาเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวไต้หวันด้วยกัน โดยจะมี Fashion Blogger จาก South East Asia มาร่วมทริปนี้ด้วย เราเลยรีบรับปากทันที มาดูกันดีกว่าว่าไต้หวันครั้งแรก ทำอะไรกับหัวใจเราบ้าง อิอิtw01

tw03tw02

ไปถึงเราก็แวะซื้อซิมกันก่อน โดยที่ต้องเตรียมพาสปอร์ต และบัตรประชาชนไปเป็นหลักฐานด้วยนะ (ก็อปปี้เตรียมจากไทยก็ดีจ้า) จำราคาไม่ได้แต่น่าจะ 500 นิดๆ จ้าใช้ได้ 7วัน

ไปถึงวันแรกจะเป็น Free Time เลยเพราะว่าต้องรอ Blogger จากหลายๆ ประเทศให้มาถึงก่อน แต่ของไทยเนี่ย เดินทางมาถึงก่อนเพื่อนเลยมีเวลาว่างครึ่งวันเป็นต้นไปเลย เราก็เลยคุยกับมะโม Mamolism น้องสาวที่เป็นนักวาด ตัวแทนจากไทยอีกคนว่าเราจะไปหาอะไรชิคๆ ทำดี มะโมก็เลยแนะนำว่าให้ไปเที่ยว Fujin Street ซึ่งเป็นถนนแนวHipster ชิลๆ สวยๆ (เอาจริงๆ คือตูนน์เองไม่ได้ทำการบ้านมาเลยว่าไต้หวันเนี่ยมีอะไรน่าเที่ยวบ้าง) เราก็เลยนั่งแท็กซี่จากโรงแรมที่เราพักไปกัน ซึ่งแท็กซี่เนี่ยจะเริ่ม start ที่ประมาณ 70$ NT (เรทเงินไต้หวันจะใกล้เคียงกับไทย ไต้หวัน 1 เท่ากับไทย 1.3)

fujin

ที่ถนนสายนี้จะมีร้านกาแฟร้านนึงที่เราแนะนำ แต่ช่วงอากาศเย็นๆ คนจะเยอะมาก นั่งชิลกัน ร้านชื่อ Fujin Tree 353 Cafe ที่ไต้หวันนี่กาแฟอร่อยนะ ราคาไม่ได้แพงมาก กาแฟร้อนดริฟนี่ได้เป็นเหยือกเลย ทานคนเดียวเกือบไม่หมด ส่วนเรื่องของ ชา นี่ไม่ต้องพูด อร่อยอยู่แล้ว tw04 tw05 tw06

ร้านช็อปปิ้งเยอะมาก เสื้อผ้าจะเป็นแนว Local Designer และแบรนด์เนม นำเข้า จะค่อนข้างมีราคาสูงหน่อย แต่ว่าเป็นของที่คัดสไตล์มาแล้ว ใครชอบแนวๆ Highstreet Brand ต้องชอบแนๆ

shop1

หลังจากนั้นก็ยังมีเวลาช่วงเย็นกัน เราเลยวางแผนที่จะมุ่งหน้าไปในเมือง ก็เลยไปที่เส้นถนนช็อปปิ้งกันหน่อย ถนนนั้นมีชื่อว่า Zhongxiao Dunhua ซึ่งจริงๆ มี MRT รถใต้ดินวิ่งมาถึงสถานีนี้เลย

zhongxiao

ถนนเส้นนี้ก็จะมีแบรนด์เนมที่เรารู้จักกันดีพวก XX1/zara/uniqlo/Adidas และอีกเยอะเป็นร้านย่อยๆ และในใต้ตัวสถานีใต้ดินเนี่ยก็มีร้านเสื้อผ้า ร้านขายกรอบมือถือ ฯลฯ ด้วย และมีที่ให้นั่งพักเป็นบริเวณกว้างมาก ถ้าใครที่มากับเพื่อนแล้วต้องรอเพื่อนช็อปเบื่อๆ ก็มานั่งพัก เข้าห้องน้ำ หรือช๊าตแบตมือถือได้ที่ใต้สถานีอีกด้วย tw07

เดินตามตรอกซอย ก็จะมีร้าน Street เสื้อผ้าน่ารักๆ ราคาไม่แพงขายอยู่เต็มไปหมด พูดเลยว่าให้อยู่ทั้งวันก็ช็อปเพลินๆ ได้tw08 tw09

แล้วก็มีร้านชานมไข่มุกที่คนเข้าคิวยาวเหยียด เลยขอลองบ้าง อร่อย มาก ไข่มุกหวานนุ่มจริงๆ ซึ่งเวลาสั่งก็ไม่ยาก เค้าก็จะให้จิ้มเมนู แม่ค้าจะพยายามแนะนำเรา ^_^ tw10

แล้วพอช็อปปิ้งเสร็จเราก็กลับโรงแรม มาพักผ่อนเพื่อเตรียมไปงานเปิดตัวโครงการการท่องเที่ยวทริปนี้ที่สำนักงานใหญ่ของ Everrich ^_^

tw11


มาถึงวันที่ 2 ของการเดินทางเป็นกิจกรรมของทาง Everrich Duty Free ที่เชิญเรามาร่วมทริปไต้หวันในครั้งนี้ tw13

เราไปกันที่สำนักงานใหญ่และเป็นตึกของ Everrich DutyFree เลย เหมือนรางน้ำบ้านเรา สามารถไปช็อปปิ้งก่อนเราขึ้นเครื่องกลับได้ ของบางอย่างเราซื้อออกมาได้เลย และของบางอย่างก็จะต้องไปรับที่ขาออก ตอนเราบินซึ่งต้องถามพนักงานอีกที (เค้าจะมีสัญลักษณ์บอก) tw12

blogger1

ทาง Everrich ต้อนรับดีมากด้วยอาหารไต้หวัน เป็นอาหารที่รสชาติดีมาก ลืมคำว่าอาหารจีนไปเลย เพราะรสชาติเข้มขึ้นมา ไม่มัน ไม่เลี่ยน ถ่ายรูปร่วมกันกับทางผู้บริหาร

blogger2

หลังจากเสร็จจากบริเวณสำนักงานใหญ่แล้วเราก็มุ่งหน้าไปร้านชาที่เป็นที่นิยมของวัยรุ่นไต้หวันกัน เค้าบอกว่าร้านนี้ไม่เชิงเป็นร้านเก่าแก่ แต่ว่าเป็นร้านที่มี Class สอนชงชา เลยทำให้กลายเป็นที่นิยมมากๆ ในปัจจุบัน ร้านมีชื่อว่า CHIAO Tea Salon

tea1

ได้ลองชงชาดื่มเองด้วย

tea3 tea2

เมื่อเสร็จจากร้านชาแล้ว เราก็เดินต่อไปยังบริษัท Lion Travel ที่เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนทริปนี้ และเป็นบริษัทที่ดูแลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในไต้หวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบัตร One day pass บัตร MRT รถไฟฟ้าต่างๆ ที่ใช้เดินทางในไต้หวันนั่นเอง ความน่ารักอีกอย่างนึงของไต้หวันก็คือเรื่องของความใส่ใจใน Packaging หรือดีไซน์ของผลิตภัณฑ์ ซึ่งคล้ายๆ กับญี่ปุ่นเลย

mtr
twstreeet

จากนั้นเราก็มุ่งหน้าไปที่ Taipei 101 แต่ก่อนจะถึงตึก  101 เราก็แวะที่ Park ใกล้ๆ ก่อน ถ้าจำชื่อไม่ผิดมันคือ Simple market ไม่ไกลจากตึก Taipei101 เลย มีสนามหญ้า มีร้านเก๋ๆ ตึกเก่าสวยๆ ให้เราถ่ายรูป

taipei101shop3

แล้วก็เดินต่อไปอีกนิดที่ตึก Taipei101 ที่นี่เป็นห้างใหญ่มากกกกก คือแบบใหญ่จริงๆ แต่ส่วนใหญ่ก็แบรนด์เนมๆ ชั้นล่างจะมีซุปเปอร์กับขนมของฝาก ส่วนวันนี้พวกเราจะขึ้นไปชมวิวไทเปกันชั้นบนสุดเลย ก่อนอื่นต้องขึ้นไปเปลี่ยนลิฟท์ที่ชั้น 8 ก่อนครับ แล้วก็ไปซื้อตั๋วเพื่อขึ้นไปชมวิวชั้น 88 กัน (เดินขึ้นดาดฟ้าได้อีก) ราคาตั๋วต้องเช็คอีกทีหน้างาน แต่จะราวๆ 400NT นี่แหละ

taipei1011

พอชมวิวเสร็จแล้วเราก็ไปทานข้าวเย็นกันแล้วก็กลับโรงแรม เตรียมตัวไป ไทนาน Tainan กัน


วันที่ 3 แล้ว เวลาผ่านไปไวมาก วันนี้เรามีแยกกลุ่มกัน เราไปเที่ยวเมือง Tainan ไทนาน หรือไถหนานที่คนไทยเรียกนี่แหละ เป็นเมืองเล็กๆ ทางตอนไต้ของไต้หวัน โดยเราจะนั่งรถไฟความเร็วสูงไปกัน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1.30-2 ชั่วโมง คนที่นี่จะนิยมนั่งรถไฟมากกว่าเครื่องบินในประเทศเพราะราคาถูกกว่า และใช้เวลาน้อยกว่า ไม่วุ่นวายด้วย ราคาตั๋วถ้าฟังมาไม่ผิดจะอยู่ที่ รอบละ 1300 NT  แต่เช็ครอบ และราคาได้ที่นี่ https://www.thsrc.com.tw/index_en.html?force=1

morn หลังจากที่ซื้อตั๋วแล้วก็ดูจอว่าเราต้องไปขึ้นรถที่ชานชลาหมายเลขอะไร แล้วก็อย่าลืมดูหมายเลขของรถไฟด้วยนะต้องขึ้นตามโบกี้ด้วย
hsphsp2

รถไฟสะอาดมาก ระหว่างการเดินทางก็จะมีพนักงานเดินขายน้ำและขนม และมีแม่บ้านคอยเดินเก็บขยะ มีคุณตำรวจคอยเดินดูความเรียบร้อย ห้องน้ำไม่ได้มีทุกโบกี้ แต่เราเดินข้ามโบกี้ไปเข้าได้ โดยแผนที่ของรถไฟ ก็อยู่หน้าที่นั่งเราเลย
hsp3ถึงโรงแรมที่เราพักกันแล้ว มีชื่อว่า JJ-w Market Hotel

Location : ClickGoogle_Maps_Icon

tn02

tuniez83xtainan

ต้องขอบอกเลยว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่ไปครั้งแรกแล้วประทับใจมากเลย มันดูเป็นชานเมืองๆ ไม่วุ่นวายมาก มีตรอกซอกซอย ร้านขายของเหมือนต่างจังหวัดญี่ปุ่น เมืองดูสวยและมีสไตล์ คือชอบมากบอกตรงๆ อยากไปอีกซักรอบ … มีเวลาเดินสำรวจรอบๆ โรงแรมพักใหญ่ แต่จะแอบบอกว่าอากาศร้อน ต่างจากตอนอยู่ไทเปมาก

tn03

คนที่นี่ค่อนข้างกันเอง แต่อาจจะติดขัดเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษบ้าง แต่เค้าก็พยายามมากๆ ในการช่วยเรา และที่สำคัญคือ service และการต้อนรับคล้ายๆ คนญี่ปุ่นเลยล่ะ ไม่ต้องกลัวไม่ต้องเกร็งเลย ก่อนที่จะเช็คอินเข้าโรงแรม เราก็ไปแวะที่ Anping Fort หรือเรียกอีกชื่อว่า Fort Zeelandia นั่งรถบัสไป ใช้บัตรแบบ 1day pass

1daybus

fort1 fort2

พอเสร็จจากการชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองแล้วก้กลับมาพักผ่อนเปลี่ยนชุดกันที่โรงแรม ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นโรงแรมที่ชิคมากๆ โรงแรมนี้แต่ละห้องจะมีการดีไซน์แตกต่างกันออกไปตาม Designer ที่มาร่วมออกแบบห้อง มีห้องที่คนไทยร่วมออกแบบด้วยนะ สำหรับคืนนี้ตูนน์ได้นอนห้องมุม ซึ่งดีไซน์สวยมาก เหมือนห้องใต้หลังคา ชอบมากเลย เป็นเตียงบนพื้นเลย ทำให้ห้องดูกว้างขึ้นไปอีก

jjhotel1

มีมุมติดหน้าต่าง ช่วงเย็นๆ เห็นพระอาทิตย์ตก สวยมาก ดูเป็นมินิมอลเบาๆ jjhotel2

ห้องอื่นๆ ก็ต่างแบบกันไป

jjmar

พอเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วเราก็มุ่งหน้าไปที่ตลาดกลางคืนกัน เป็น Nightmarket ที่เหมือนตลาดนัดบ้านเราเลย แต่ที่นี่คือเน้นอาหารเป็นหลัก ขอบอกเลยว่าอร่อยเกือบทุกอย่าง รสชาติโดนสุดๆ โดยเฉพาะเนื้อย่างที่ตูนน์ฟาดไป 4 กล่อง ฮาๆๆ

nightma

ส่วนใหญ่คนที่นี่ขี่มอเตอร์ไซค์กันทั้งนั้น แอบบอกว่าขี่น่ากลัวมากแต่ก็ไม่บีบแตรไล่เรานะ แต่จะมาใกล้ๆ จนเรียกว่าสะกิดได้ ฮาๆ การจราจรส่วนใหญ่ก็จะดูวุ่นๆ เพราะมีมอเตอร์ไซค์ ส่วนพวกเรานั่งรถบัสที่ทางทีมงานเตรียมให้ แต่ถ้าจะมากันเองอาจจะต้องถามทางโรงแรมอีกทีว่ามาทางไหนสะดวกที่สุด
nightma2

ที่ไต้หวันจะฮิตซุปเนื้อมากๆ แต่รสของซุปจะจืดๆ นะ ใครที่คาดหวังว่าจะกลมกล่อมราวกับร้านเนื้อคู่ ก็จงทำใจ บางร้านก็จะเป็นซุปเผ็ดเครื่องในเป็ด ก็อร่อยไม่เบา คือรสชาติไม่แย่ ราคาก็ไม่แพง ถ้าใครจะมาที่นี่ อย่าเพิ่งทานข้าวเย็นมานะ nightma3

ส่วนเนื้อย่างแบบนีมีหลายร้านมาก ถ้าไม่อยากรอคิวเยอะลองเดินมาหลังๆ ตลาดดู ร้านนี้รสชาติดีมาก เนื้อนุ่มมาก มีหลายซอส ราคาไม่แพงด้วย อย่างที่บอกอ่ะ กินไป 4 กล่องได้ ฮาๆๆnightma5nightma4

ชิ้นหนาแต่นุ่มมาก เลือกซอสได้ หรือจะใส่แค่เกลือก็ได้ กล่องละ 80-100 NTnightma6


เช้าวันที่ 4 แล้ว วันนี้เรามีคลาสทำอาหารกันด้วย เป็นคลาสทำอาหารไต้หวัน ของขึ้นชื่อในไถหนาน  Coffin bread มีปอเปี้ยสด ของหวานก็จะเป็นเจลลี่Aiyu โดยที่ทางโรงแรมจะพาเราไปเดินจ่ายตลอดเช้ากนก่อน แล้วถ้าใครที่อยากจะใส่ชุดกี่เพ้าสวยๆ ถ่ายรูป ก็เช่ากับทางโรงแรมได้เลยนะ มีหลายแบบหลายสไตล์มากๆ หรือจะสั่งตัดก็ได้ด้วย ซื้อกลับไปเป็นที่ระลึกก็มีขาย

4morn

ดูเป็นคนท้องถิ่นไปเลย อิอิ4morn2

สาวๆ fashion blogger จากหลายๆ ประเทศ กับชุดกี่เพ้า ในแบบที่ตัวเองชอบ 4morn3

พอเราเสร็จจากที่ตลาดแล้ว เราก็เข้ามาเริ่มทำอาหารกันเลย ทางโรงแรมจะจัดเตรียมส่วนผสม กับอุปกรณ์ไว้ให้เรา 4morn44morn6

ทำเสร็จแล้วก็ต้องทานเองนะจ้ะ ฮาๆๆ อร่อยไม่อร่อยก็ฝีมือเราล่ะทีนี้
4morn5

พอเราทานอาหารเสร็จแล้วก็ได้เวลาเช็คเอ้าท์แล้วก็มุ่งหน้าไปทัวร์เมืองไถหนานกันต่อ ซึ่งเราไปกันที่ห้าง Hayashi เป็นห้างแรก ห้างเก่าของเมืองนี้เลย ขายของ Design สวยๆ มีขนม และของฝากของเมืองไถหนานเยอะมาก

hayashi

ใครที่ชอบของกระจุกกระจิด ของฝากแบบ otop หรือของดีไซน์ฮิปส์ ที่นี่มีเยอะเลยนะ

haya2 haya3

มีร้านขนม ร้านกาแฟ ให้นั่งสวยๆ ระหว่างช็อปปิ้งด้วยhaya4

เสร็จจากที่ห้าง Hayashi แล้วเราก็ไปชมอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของไถหนาน ที่เป็นสถาปัตยกรรมโบราณที่ถูกเก็บไว้ นั่นก็คือ Fort Privintia หรือ Chihkan Tower provin

provin2provin3

เดินมาไม่ไกลจะมีร้านอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อ ดั้งเดิมอยู่ ชื่อร้าน Chihkan Pedder’s Noodle เค้าขึ้นชื่อเรื่องก๋วยเตี๋ยวเลยล่ะ แต่อาหารอื่นๆ ก็อร่อยไม่แพ้กันนะ แต่ก๋วยเตี๋ยวอร่อยจริงๆ เฟิร์มเลย

lunch lunch2
ก็ได้เวลากลับไทเปกันแล้ว เรานั่งรถ Hispeed ไปลงที่ สภานที Taoyuan Airport จากนั้นเราก็นั่ง MRT จากสนามบิน เข้าไทเปได้เลย เราเป็นกลุ่มแรกที่ได้ทดลองก่อนรถไฟเปิดใช้จริงในวันที่ 2 มีนาคม 2017 อิอิ

apl

ดีงามมากๆ สามารถเช็คอินได้ที่ไทเปเลย มีให้เลือกทั้งแบบ express จอดแค่4 สถานี กับสายธรรมดาจอดหลายสถานีหน่อย บนรถจะสามารถเช็ดตารางบินได้จากจอทีวี apl4


วันที่ 5 ของทริปนี้แล้ว วันนี้เรามาถึงไทเปกันอีกครั้ง เราจะไปเยี่ยมชม National Palace Museum กัน แล้วช่วงบ่ายก็จะแวะไปสำรวจ Everrich Dutyfree กัน

musem3musem2

National Palace Museum เป็นพิพิธภัณฑ์วังที่รวบรวมของสะสมของหลายๆ ราชวงศ์จีน ไม่ว่าจะราชวงศ์ฉิง ราชวงศ์ถัง มีเรื่องราวและของจากประวัติศาสตร์ที่เราไม่มีโอกาสได้เห็นของจริงเยอะมาก โดยที่ทาง museum จะมี headset และล่ามภาษาอังกฤษเป็นรอบๆ แล้ว museum ออกมาถ่ายรูปด้านนอกสวยมากๆ นะ อย่าลืมแวะออกมาถ่ายเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกกันนะmusem4 musem5

เอาล่ะถึงเวลาที่เราจะต้องไปทำหน้าที่ Beauty & Fashion Blogger กันแล้ว เราจะกลับไปช็อปปิ้งที่ตึก Everrich Dutyfree ที่ดาวน์ทาวน์กัน ของเยอะมากนะ

dutyfree

ถ้าเป็นเครื่องสำอางแนะนำแบรนด์ Dr.Wu เลยขอบอกว่าดีงามมากๆๆๆๆๆ อยากกลับไปสอยเพิ่มทันที ดีหลายตัวมากนะ ทั้ง DD cream/กันแดด เซรั่ม มาส์ก

drwu

ใครที่ไปช็อปปิ้งที่ Everrich ในช่วงนี้จนถึงกันยายนนี้ มีโปรมาฝากกันนะคะ โชว์บล็อคนี้ก็รับของสมนาคุณได้ฟรีค่า เป็น welcome gift  และมีโปรโมชั่นอื่นๆ อีก

พอตกเย็น เราก็มี Freetime ก็เลยนั่ง Taxi ไปเที่ยว Ximending กัน เป็นถนนกลางคืนที่มีของขายเยอะมาก บอกเลยว่าถูกใจวัยรุ่นแน่นอน มีร้านรองเท้าผ้าใบแบรนด์หลายยี่ห้อ มี ABC Mart ด้วย เสื้อผ้าเท่ๆ สตรีท ก็มี จิปาถะเยอะไปหมด ดีงามมากสำหรับการช็อปปิ้งยาวๆ ตั้งแต่หัวคำ ยันเที่ยงคืน

ximen

ช็อปเพลินมาก จนเรียกว่าแทบจะปิดประเป๋าไม่ได้เลย นี่คือแบบพยายามยั้งตัวเองมากๆ เลยนะ
shop4


แล้วก็มาถึงวันสุดท้าย คือวันนีหลายๆ คนกลับกันแล้ว แต่ของไทยมีไฟล์ทดึก เราเลยว่างกันอีกทั้งวัน เลยตัดสินใจไปเที่ยวคนเดียว แวะห้าง ก็อาศัยถามจากล็อบบี้โรงแรมว่าห้างอะไรไม่ไกลโรงแรมมาก แต่มีของให้เลือกเยอะๆ เค้าเลยแนะนำ Mirama & Jason’s Marketplace

last

ห้างแบ่งเป็นสองฝั่ง เป็นฝั่ง family กับ วัยรุ่น แนะนำทางซ้ายจะมีของวัยรุ่นๆ เยอะหน่อย
last3

ลงมาเรื่อยๆ จะมีพวกร้านอาหารเยอะเลย แอบลองเข้า Muji cafe ดู เป็นอาหารชุด เราเลือกได้ว่าเอากี่อย่าง เซ็ตราคาก็ราวๆ 220 NT จะบอกว่าชาเขียวเย็นอร่อยมาก จงสั่ง last4

แล้วก็เดินไปข้างนอก ตึกรอบๆ ไปเจอร้านขายคอนแทคเลนส์ก็เลยสอยกลับมาเล่น แล้วก็ตัดสินใจนั่งรถไฟฟ้ากลับโรงแรมเลย ดูแผนที่เอาว่ารถไฟฟ้าสถานีไหนใกล้โรงแรมสุด แล้วก็เดินเอานิดหน่อย ชิลๆ

last5 last6

อ่านป้าย ดูสายไม่ยากเลย ก็แค่มีข้อมูลของสถานีที่เราจะขึ้นลงแค่นั้นเอง last8 last7ตอนลงแล้วก็เลือกทางออก แต่พอดีเลือกทางออกผิด เลยต้องเดินลัดเขา ฮาๆ ร้อนมากlast9

เดินเล่นก่อนถึงโรงแรม หาร้านกาแฟทาน เจอร้าน Lousa coffee ร้านน่ารักดี เป็นwood loft เก๋ๆ นั่งพักขา รอเวลารถมารับไป airportlast10

จบทริปแล้ว อยากจะบอกว่าเที่ยวไต้หวันไม่น่ากลัว ไม่น่ารำคาญคนเลย คือทุกอย่างดีมาก เหมือนญี่ปุ่นย่อมๆ เมืองน่ารัก คนน่ารัก อาหารดี ช็อปปิ้งเยี่ยมยอดเลย แถมราคาค่าเงินก็ใกล้เคียงไทยมาก อ่านมาถึงตรงนี้แล้วถ้ายังไม่เบื่อ ไปดู Video Trip ไต้หวัน ใน 3 นาทีกัน ถ้าชอบก็อย่าลืมแชร์น้า ใครอยากดูรูปของช็อป ของกิน เสื้อผ้า เครื่องสำอางเพิ่ม กดลิ้งค์นี้แล้วไล่ดูรูปเลยจ้า https://www.facebook.com/tuniez83.th/photos/a.145396628836230.23288.138918662817360/1502845573091322/?type=3&theater

This Trip was sponsored by Everrich Duty Free 

Popularity: 5% [?]

Comments

Powered by Facebook Comments

Related posts:

  1. Hongkong Disneyland 10th Annivesary : Trip
  2. Singapore Trip : เดินทาง – วันแรก
  3. วิถี Hipster เที่ยวฮ่องกงแบบ กินแพง นอนแพง ช็อปแพง เพราะไม่เตรียมตัว วันที่ 2
  4. Hipster ทริปบทเรียนราคาแพง ภาค2: ไปเที่ยวสิงคโปร์กันนุช Day1
  5. Style : แฟชั่นของชุดชั้นใน Sabina Cris

You Might Also Like

Tuniez83 พาเที่ยวฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ วันที่ 2

ไดอารี่: วันแฮปปี้ๆ ของลิงตูนน์

ไดอารี่ ตูนนี่ส่องและว๊อนท์ใน ViVi #May

Leave a Reply